WordPress กับการทำ Seo เบื้องต้น

WordPress กับการทำ Seo เบื้องต้น

Shares

Search engine optimization (SEO)

คือ การที่ทำให้เว็บของเรามีลำดับที่ดีในการขนหาของ Search engine ยกตัวอย่างที่เป็นที่นิยมที่สุด เช่น Google, Bing การทำ seo นี้มีความสำคัญค่อนข้างมากเลยทีเดียวสำหรับเว็บที่ต้องการทราฟฟิคหรือคนเข้าเว็บจากทาง search เพราะเว็บที่ติดอันดับต้นๆ นั้น ย่อมจะถูกเปิดอ่านก่อนเสมอ คนส่วนใหญ่มักจะไม่เปิดหน้าค้นหาเกิน 5 หน้าแน่นอน โดยเฉพาะหากเราต้องการที่จะขายสินค้าชิ้นหนึ่ง เรายิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เว็บของเรานั้นติดอันดับต้นๆ ให้ได้ แต่ก่อนนั้นมีการลงทุนอย่างมาก เป็นจำนวนเงินหมื่นเงินแสนสำหรับการทำ seo นี้ แต่ปัจจุบัน เนื่องจาก search engine ต่างๆ ได้มีการอัพเดตอัลกอริทึ่มใหม่ออกมาเรื่อยๆ เปลี่ยนแปลงวิธีการคัดสรรให้พัฒนายิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การให้บริการนี้เริ่มล้มหายตายจาก ผู้คนหันมาซื้อโฆษณาจาก Google โดยตรง หรือการโปรโมทผ่านเฟซบุคและโซเชี่ยวมีเดียอื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น

ผลการค้นหาคำว่า "Seo คือ" บน Google
ผลการค้นหาคำว่า "Seo คือ" บน Google

1. Title

หรือ ชื่อเรื่อง สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมากในการเขียนบทความ เพราะมันเป็นสิ่งแรกที่ Google นั้นจะนำไปแสดงในผลการค้นหา และเป็นคีย์หลักที่จะกำหนดเนื้อหาต่างๆ ในบทความ ยกเว้นเว็บข่าว ที่ปัจจุบันนี้เน้นสร้าง title หลอกให้คิดว่าเป็นเรื่องดราม่าเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกจาก Title ที่ควรตั้งให้น่าสนใจแล้ว ก็ควรมี keyword ของสิ่งที่เราต้องการจะเขียนถึงแทรกอยู่ในนั้นด้วย นอกจากนี้ WordPress ยังแปลง Title นี้ไปเป็น url ให้เราแบบอัตโนมัติหากเราได้ตั้งค่า url แบบ postname ไว้ในตอนที่เรา ตั้งค่า Permalinks ถึงแม้หลายท่านจะบอกว่า google เริ่มลดความสำคัญของ url แล้วก็ตาม

Title และ url ถูกตั้งให้เหมือนกันโดยอัตโนมัติบน WordPress

2. Heading

คือแท็กหนึ่งของ Html ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกรองเนื้อหาที่สำคัญของเว็บ แปลตามตัวตรงๆ ก็คือ หัวข้อเรื่อง บทความแต่ละบทความนั้นควรมี heading ที่สอดคล้องกับ title อย่างเช่นบทความนี้ เราก็ใส่ heading 2 (แท็ก h2) ให้กับหัวข้อเรื่องในบรรทัดแรก ย่อหน้าแรกเลยคือคำว่า Search engine optimization (SEO) เนื่องจาก heading 1 (h1) นั้นจะถูกใช้อัตโนมัติใน title แล้ว (โดยธีมส่วนใหญ่) เห็นมั๊ยคะว่าเขาเตรียมไว้ให้เราหลายอย่างแล้ว มันถึงได้แรงไง เอาเป็นว่า ก่อนที่จะเขียนบทความใดๆ ให้เรานึกในใจก่อนว่าจะใช้ keyword คำไหนที่สามารถนำมาเป็นหัวข้อได้บ้าง โดยพยายามให้เชื่อมโยงกับ Title ด้านบน และสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการจะเขียน ไม่ใช่จะเขียนถึง ไข่ไก่ แต่คำสำคัญมีแต่ ผัก ผลไม้ ซึ่งไม่ใกล้เคียงกันเลย

Heading นั้นควรมีอย่างน้อยในย่อหน้าแรกชื่อสอดคล้องกันกับ Title และเนื้อหาในย่อหน้านั้นก็ควรมีคีย์เวิร์ดหรือคำหลักของบทความอยู่ในนั้นด้วย

การกำหนด Heading (หัวข้อ) ในบทความ

3. เน้นคำสำคัญ

การเน้นคำสำคัญด้วย ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ เพื่อให้ search engine ได้รู้ว่าคำเหล่านี้สำคัญ และมันก็จะรู้ว่าบทความนี้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เมื่อมีการค้นหา แต่ห้ามสแปมเป็นอันขาด ไม่ใช่ใส่ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้กันทุกสองสามประโยค แบบนี้เขาก็ไม่ปลื้มเช่นกันนะคะ เพราะมันจะมองว่าเป็นบทความที่ไม่มีคุณภาพ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหลงเหลง เอาเป็นว่าให้ผู้อ่านอ่านรู้เรื่อง เน้นความสมจริง ไม่ใช่เน้นมั่วไปหมด เครื่องมือมีให้แล้ว ใช้ให้เป็นประโยชน์

4. รูปภาพ

สิ่งหนึ่งที่เมื่อเราค้นหาแล้วจะมีที่หน้าแรกบ่อยมากๆ เลยนั่นก็คือ รูปภาพ โดยเฉพาะเว็บขายสินค้า ภาพสวยๆ ใครก็อยากคลิกใช่มั๊ยคะ การทำ Seo โดยละเลยการใส่ข้อมูลให้ search engine รู้ว่าภาพของเราเกี่ยวกับอะไรนั้นถือว่าเฟลมาก คอมพิวเตอร์นั้นไม่สามารถดูภาพออกว่ามันคือภาพอะไร ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องบอกให้มันรู้ว่า ภาพนี้คือภาพอะไร อาจจะมองดูเป็นการเสียเวลา แต่เชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีอะไรเสียไปโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน สิ่งที่เราสามารถทำ Seo ให้กับรูปภาพได้ก็คือการกำหนดแท็ก Alt (Alternative) และ Title ให้กับภาพ (ส่วนชื่อไฟล์ภาษาไทยอาจมีปัญหาในอนาคต ขอไม่เอ่ยถึง แต่ใครจะใช้ก็ไม่ว่ากัน) แล้วจะทำยังไง เพราะ WordPress เตรียมไว้แล้ว เราแค่เสียเวลากรอกมันนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ โดยเมื่อเราแทรกภาพ แล้วทำการคลิกที่ภาพ จะมีกรอบสี่เหลี่ยมและรูปดินสอให้เราแก้ไขภาพ ตรงนั้นแหละค่ะ ให้เราใส่ข้อมูล keyword หรือข้อความอะไรก็ได้ ที่เราต้องการจะสื่อว่าภาพนี้คืออะไร หรือภาพนี้เกี่ยวกับบทความนี้อย่างไร อาจจะตั้งเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อเรื่องของบทความเลยก็ได้

ตัวอย่างการทำ Seo รูปภาไข่ไก่

5. ลิงค์

การสร้างการเชื่อมโยงลิงค์ในเว็บไซต์นั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งต่อ Seo และคนอ่าน เพราะถ้ามีการเชื่อมโยงลิงค์ดีๆ เราจะสามารถทำให้ผู้อ่านอยู่กับเรานานขึ้นด้วยการคลิกลิงค์ไปอ่านยังบทความอื่นๆ ของเรา การสร้างลิงค์นี้ก็ง่ายมากใน WordPress เพียงแต่มีหลักการ Seo ง่ายๆ คือ ลิงค์ควรมีคำหลักอยู่ด้วย แทนที่เราจะใช้คำว่า คลิกที่ เป็นลิงค์ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เราก็ทำลิงค์เป็นประโยคไปเลยก็ได้ โดยให้ลิงค์ดูกลมกลืนไปกับบทความ และมีคำหลักของบทความนั้นๆ อยู่ในลิงค์ด้วย จะลิงค์ไปที่บทความไหน ก็ใช้ชื่อบทความนั้นนั่นแหละมาเป็นลิงค์ การสร้าง Link ใน WordPress (<< แบบนี้ไงลิงค์ที่ควรจะทำ) นั้นก็แสนง่าย มีกล่องให้เสริชหาบทความที่จะลิงค์ได้เลย แถมยังสร้าง Title ให้ลิงค์อัตโนมัติ ซัพพอร์ต Seo สุดๆ

การสร้างลิงค์แบบเป็นประโยคและมี Keyword เพื่อ Seo

6. Featured image , Excerpt

ข้อนี้ไม่เชิงว่ามีผลกับ Seo แต่ Excerpt (ตัดทอน) และ Featured image (รูปพิเศษ) มีผลกับผู้อ่านโดยตรง เพราะมันเปรียบเสมือน Tailor หนังตัวอย่าง ที่จะบอกให้คนอ่านได้รู้ว่าคุณจะเข้าไปพบกับอะไรบ้าง เราจะเขียนให้น่าสนใจ ตื่นเต้น หรือน่าเบื่อก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ โดยเราจะเห็น Excerpt ในบางธีม โดยเฉพาะธีมแนวบล็อก โดยให้เราเขียนเนื้อเรื่องย่อของบทความนั้นลงไป มันก็จะไปโชว์ที่หน้าแรกหรือหน้ารวมเมื่อผู้ชมอ่านดูก็จะรู้ว่าบทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยปกติหากเราไม่เขียนเอง ระบบจะดึงข้อความบนย่อหน้าแรกมาแสดงแทน ซึ่งถ้าอยากให้น่าสนใจกว่านั้น เราก็ควรจะเสียเวลาซักนิด เขียนมันขึ้นมาเองจะดีกว่าค่ะ ส่วน Featured image นั้นก็ช่วยดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อมันถูกแชร์บน Social ต่างๆ

โดย Excerpt และ Featured image นี้จะมีให้ใส่ได้ที่กล่องด้านล่างของหน้าเขียนบทความ

ใส่ Featured image และ Excerpt ให้บทความ
ใส่ Featured image และ Excerpt ให้บทความ
เมื่อแชร์บน Facebook

7. Social

อย่างที่เราทราบกันว่าเดี๋ยวนี้ Facebook มาแรงมากๆ ในบ้านเรา ถ้าเป็นต่างประเทศก็จะมีใช้กันอีกหลายตัวมาก ยิ่งบทความไหนมีคนแชร์มาก บทความนั้นก็จะยิ่งแรงไปด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เว็บจะต้องมี ปุ่มแชร์ โดย WordPress นั้นก็มีปลั๊กอินที่ใช้สำหรับแชร์หลายตัวมากเลย ที่เราได้เขียนไปแล้วก็จะมี Hupso share อันนี้ยืดหยุ่นแต่ก็ยังเรียบง่ายอยู่ พวกอลังๆ กว่านี้มีอีกเยอะ หรือง่ายกว่านั้น Jetpack ปลั๊กอินเอนกประสงค์ ของเราก็มีปุ่มแชร์มาให้ด้วย แค่ลากๆ วางๆ ก็เสร็จเรียบร้อย อีกทั้งยังมีฟังชั่น Publicize ซึ่งเมื่อเราคลิกปุ่ม Publish (เผยแพร่) บทความเราปุ๊บ มันก็จะทำการแชร์ไปยัง social ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter, google+ ให้เราอัตโนมัติ

Publicize แชร์อัตโนมัติเมื่อคลิก Publish
Share – ปุ่มแชร์ลากวาง ของ Jetpack อยากได้อันไหนบ้างก็ลากวางได้เลย
ปุ่มแชร์ที่ขาดไม่ได้

ปลั๊กอิน socail share อื่นๆ : Hupso share, Floating social bar

นอกจากการใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นพื้นฐานแล้ว WordPress ยังมีปลั๊กอินที่ช่วยเราจัดการเรื่อง Seo โดยตรงด้วย เช่น WordPress SEO by Yoast

บทสรุป : WordPress นั้นมีการรองรับด้าน SEO ไว้ให้เราอย่างดีแล้ว ยังสามารถเสริมได้อีกทั้งธีม และปลั๊กอิน มีธีมมากมายที่ผู้เขียนจะเพิ่มคุณสมบัติการสนับสนุน SEO ให้อัพเดตตามอัลกอลิทึ่มใหม่ ของกูเกิ้ล เช่นการสนับสนุนเว็บโมบายเป็นต้น หน้าที่ของผู้เขียนก็คือ การเขียนบทความยังไงให้มีสาระน่าติดตาม เนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่สแปม ไม่ละเมิดบทความของผู้อื่น เลิกก๊อปปี้ แล้วหันมาสร้างบทความคุณภาพ แล้วสิ่งที่ตามมาจะดีด้วยตัวของมันเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.wpthaiuser.com/